สีรถกับวันเกิด

bสีรถ จันทร์ อังคาร พุธกลางวัน พุธกลางคืน พฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

เขียนใน ปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์

ขับรถต้องรู้ น้ำมันเกียร์นั้นสำคัญ

เกร็ดความรู้ที่เจ้าของรถต้องรู้ วันนี้รอบรู้ดูแลรถ จะพูดถึงเรื่อง “น้ำมันเกียร์” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่เจ้าของรถคนจะต้องใส่ใจกันครับ เพราะเกียร์เป็นระบบที่สำคัญที่ช่วยในการส่งกำลังให้รถยนต์ได้ขับเคลื่อน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ อาทิเช่น การเติมน้ำมันเกียร์ หากเพื่อนๆ ไม่หมั่นเอาใจใส่ดูแลอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้น่ะครับ และวิธีการตรวจสอบน้ำมันเกียร์ง่ายๆ มีดังนี้ครับ

(320)

1. น้ำมันเกียร์จะบอกสภาพของเกียร์ได้ 

น้ำมันเกียร์ที่ดีควรมีความสะอาด ไม่มีเศษโลหะหรือเป็นฟอง และควรมีสีแดง

2. ไม่ควรมีสีชมพู เป็นฟอง หรือสีขุ่นๆ คล้ายนมเย็น

ซึ่งอาจจะมาจากน้ำหล่อเย็นหรือคูลแลนท์มาผสม เป็นต้น

3. น้ำมันควรเช็ดออกง่ายจากก้านวัดระดับ

การที่มีคราบวานิชเช็ดออกยากที่ก้านวัด แสดงให้เห็นว่าน่าจะมีปัญหาภายในเกียร์ และไม่ควรมีกลิ่นไหม้และไม่ควรมีสีคล้ำของน้ำมันเกียร์ด้วย เพราะนั่นหมายถึงเกียร์น่าจะมีการไหม้หรือความร้อนสูงขึ้นแล้วภายใน

4. การเติมน้ำมันเกียร์ กรณีระดับขาดเล็กน้อย ต้องแน่ใจว่าใส่น้ำมันเกรดเดียวกัน และมีความสะอาดอย่างเพียงพอ นอกเหนือจากน้ำมันสะอาดและใช้น้ำมันที่ถูกต้องตามสเปกที่กำหนดแล้ว ระดับของน้ำมันก็มีความสำคัญมาก ระดับที่มากเกินไป นอกจากจะทำให้เกิดฟองตามมาแล้ว อาจทำให้เกิดการรั่วซึมได้อีกด้วย และยังมีผลให้การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันในครั้งต่อไปไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายได้มากเป็นปกติ ทำให้มีน้ำมันเก่าตกค้างได้มาก หากมีน้ำมันน้อยเกินไปแน่นอนว่าการทำงานจะไม่ถูกต้องและอาจสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ภายในเกียร์ได้

หากน้ำมันเกียร์ลดน้อยลงหรือต่ำเกินไป สาเหตุคือเติมมาน้อยเกินไปแต่แรกหรือมีรอยรั่วที่ไหนหรือไม่ สิ่งนี้สำคัญ ต้องหาให้ได้ว่าอะไรคือสาเหตุทำให้น้ำมันต่ำเกิดจากอะไร

ตรวจเช็คง่ายๆ ครับ

1. ระดับของรถจะต้องขนานกับพื้นไม่เอียง ทำให้ระดับผิดไป

2. เครื่องยนต์และเกียร์ควรจะอยู่ในอุณหภูมิเหมาะสมไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป

3. ดึงเบรกมือทุกครั้ง

4. เกียร์ควรอยู่ในตำแหน่ง N

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับระบบเกียร์ เพื่อนๆ สามารถติดตามเกร็ดความรู้ดีๆ แบบนี้ได้ กับ รอบรู้ดูแลรถ ในครั้งต่อไปน่ะครับ

เขียนใน ปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์

ดูแลรถเมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

รอบรู้ดูแลรถ วันนี้ขอนำเกร็ดความรู้มาฝากเพื่อนๆ กันครับ กับการดูแลรถเมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

เพื่อนๆ สังเกตมั้ยครับ ช่วงนี้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฝนตกผิดฤดู อากาศร้อนจัด ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเหมือนกัน นั่นก็คือ รถยนต์ ที่เราใช้กันเป็นประจำอยู่ทุกวันครับ โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน เป็นเชื้อเพลิง ทั้งแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล เพื่อนๆ อาจสงสัยว่า เรื่องของสภาพภูมิอากาศจะมาเกี่ยวข้องกับรถยนต์อย่างไร

สำหรับในวันนี้ รอบรู้ดูแลรถ ขอพูดถึงเรื่องของ “การดูแลรถเมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง สำหรับรถยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิง” เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยอยู่ในภูมิประเทศเขตร้อนชื้น บวกกับในช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้วในวันเดียวกัน กลางวันร้อนจัด เย็นฝนตก กลางคืนหนาว ทำให้ส่งผลกระทบกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ภายในถังน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะเกิดปฎิกิริยาทางเคมี และการควบแน่นความชื้นที่เกิดขึ้นภายในถังน้ำมันเชื้อเพลิง

จะก่อให้เกิดการกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำ เกาะตามบริเวณพื้นที่ว่างในถังน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วก็จะมีลักษณะคล้ายกับขวดน้ำเย็นที่เหลือครึ่งขวดแล้ววางไว้ในที่แจ้ง ก็จะเห็นได้ว่าจะมีหยดน้ำเกิดขึ้นในบริเวณขวดน้ำครับ

รถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ยิ่งต้องได้รับการดูแลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ คือน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินและเอทานอล ซึ่งเอทานอล ที่นำมาใช้ คือ แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5 % แอลกอฮอล์จะมีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นได้เป็นอย่างดี และแอลกฮอล์ยังมีฤทธิ์กัดกร่อนชิ้นส่วนประเภทโลหะ และยาง ที่สัมผัสกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์โดยตรง

หากผู้ใช้รถมองข้ามปัญหาดังกล่าว ก็จะยิ่งทำให้ปริมาณน้ำในถังน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดสนิมและสิ่งสกปรกสะสม และเมื่อปั๊มน้ำมันทำงาน ก็จะดูดเอาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีน้ำปะปน พร้อมสนิมและตะกอนสิ่งสกปรก เข้าไปในระบบเชื้อเพลิง ส่งผลให้เกิดการติดขัด การอุดตันของหัวฉีดและการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เป็นที่มาของปัญหา สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น ควันดำ อาการสะดุด เร่งไม่ขึ้น สตาร์ทติดยาก บางครั้งถึงขั้นรถเสียกลางถนนกันเลยครับ ทั้งยังก่อให้เกิดสารคาร์บอนิล ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในอากาศอันเกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์อีกด้วย

ส่วนการขจัดน้ำ ในระบบน้ำมันเชื้อเพลิง มีหลากหลายวิธี อาทิ การถ่ายน้ำ การล้างถังน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นวิธีที่ยุ่งยากและค่าใช้จ่ายสูง แต่ยังมีวิธีที่ง่ายและประหยัดเวลากว่านั้นครับ

ผมขอยกตัวอย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถตามระยะทาง ที่สามารถทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงทั้งระบบ สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์โดยตรงครับ ที่ช่วยป้องกันปัญหาจากน้ำในถังน้ำมันที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพียงดูแลทุก 5,000 กม. หรือ ทุกๆ 3 เดือน ช่วยให้รถยนต์ที่คุณรักมีสมรรถนะสูงสุด ประหยัดน้ำมัน ประหยัดเงินในกระเป๋าพร้อมทั้งช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาโลกร้อนอีกด้วยครับ

เขียนใน ปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์

รถป้ายแดงใครว่าไม่ต้อง รันอิน

วันนี้ “รอบรู้ดูแลรถ” จะนำพาท่านผู้อ่านมาทำความเข้าใจกับการรันอินที่ถูกต้องครับ ยิ่งรถใหม่ป้ายแดงที่ออกมาจากโชว์รูมรถ แล้วล่ะก็ใครว่าไม่ต้อง รันอิน ล่ะครับ

pic-1387006393

ผมเชื่อว่าผู้ใช้รถหลายท่านเข้าใจผิดว่า รถยนต์สมัยนี้ไม่ต้องมีระยะรันอินแล้ว เพราะเชื่อกันว่าเทคโนโลยีของระบบเครื่องยนต์ รวมไปถึงน้ำมันเครื่องได้มีการพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น หรือที่พนักงานฝ่ายขายแนะนำว่า ไม่ต้องมีระยะ รันอิน โดยรันอินมาแล้วจากโรงงาน เมื่อขับออกจากศูนย์ก็สามารถขับด้วยความเร็วสูงได้เลย

ผมขอยืนยันตามหลักการว่า “ไม่จริง” ครับ เพราะหากโรงงานประกอบต้องรันอินรถใหม่ทุกคัน จะมีต้นทุนและเวลาเพิ่มขึ้น ทั้งคน เวลา ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

ดังนั้นจึงควรรันอินรถของท่าน ในช่วง 1,000 กิโลเมตรแรก เพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยให้ทุกชิ้นส่วนมีการสึกหรอน้อยที่สุด

ในช่วง 1,000  กม. แรก พึงปฏิบัติ ดังนี้น่ะครับ

– อย่าขับรถเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือความเร็วรอบไม่เกิน 3,000 รอบ

– หลีกเลี่ยงการเหยียบคันเร่งแรงๆ จนสุด หรือออกตัวแบบกระชาก

– หลีกเลี่ยงการเบรกรุนแรง ในระยะ 300 กม. แรก เพื่อให้สารเคลือบตัวเบรกหมดก่อนและจับจานเบรกได้เต็มที่ (Run in Brake)

การดูแลหมวดเปลี่ยนถ่าย หมวดของเหลว โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องให้เปลี่ยนทันที เพื่อถ่ายสิ่งสกปรกที่ปะปนมาในช่วงการประกอบรถออกไป

น้ำมันเครื่องมี 2 ระยะ คือ ระยะทาง และระยะเวลา

– อายุของน้ำมันเครื่อง เริ่มต้นที่เติมลงในเครื่องแล้วสัมผัสความร้อนของเครื่องยนต์ หลังจากที่สตาร์ทรถ แล้วขับไปเก็บในลานจอดกลางแจ้ง เพื่อรอการส่งมอบให้ผู้จำหน่าย

– จากนั้นไปเก็บไว้ในลานจอดของตัวแทนจำหน่ายเพื่อรอการขาย

– กว่าจะถึงมือผู้ซื้อรถ บางครั้งน้ำมันเครื่องหมดอายุแล้ว เพราะน้ำมันเครื่องมีอายุการใช้งานประมาณ 3-6 เดือน เท่านั้น

– ยังไม่นับรวมสิ่งสกปรกที่ปะปนในเครื่องยนต์ ช่วงการประกอบรถอีกด้วย

– ถามจากตัวแทนจำหน่ายว่ารถที่คุณซื้อ ผลิตเมื่อไหร่ คุณก็จะทราบว่าควรเปลี่ยนหมวดของเหลวเมื่อไหร่ สำหรับน้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ น้ำมันพาวเวอร์ ฯลฯ

– ส่วนใหญ่ การเข้าศูนย์เช็คระยะครั้งแรกจะนับจากวันซื้อ ขอยืนยันว่า ไม่ถูกต้องครับ เพราะรถกว่าจะถึงมือเรา ผลิตและจอดกลางแจ้งมานานแล้ว

*หมวดของเหลวควรนับจากวันที่เติมลงในรถยนต์จึงจะถูกต้อง

เป็นอย่างไรบ้างครับ กับสาระน่ารู้ รถป้ายแดงใครว่าไม่ต้องรันอิน ที่วันนี้ รอบรู้ดูแลรถ นำมาฝากเพื่อนๆ กันครับ คงเป็นประโยชน์ไม่มากไม่น้อยเลยใช่มั้ยครับ และท่านผู้อ่านสามารถติดตาม สาระน่ารู้ดีๆ ได้อีกในครั้งหน้าน่ะครับ

เขียนใน ปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์

ตรวจสอบระดับและสีของน้ำมันเกียร์อัติโนมัติ อย่างไร

การบำรุงรักษารถยนต์ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก  วันนี้ รอบรู้..ดูแลรถ นำเกร็ดความรู้ ในเรื่องการตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ ครับ

โดยนำรถขับเข้าจอดไว้บนพื้นราบแล้วดึงเบรกมือให้สุดควรตรวจเช็คขณะที่เครื่องยนต์ติดอยู่ และถึงอุณหภูมิทำงานแล้ว ให้เข้าเกียร์ P จากนั้นเหยียบเบรก และเลื่อนคันเกียร์ไปทุกๆ ตำแหน่งแล้วเลื่อนกลับมายังตำแหน่งเกียร์ P อีกครั้ง แล้วติดเครื่องยนต์ในรอบเดินเบา แล้วดึงก้านวัดน้ำมันเกียร์อัตโนมัติออกมา แล้วเช็ด

ทำความสะอาดก้านวัดด้วยกระดาษชำระสีขาวแล้วเสียบก้านวัดน้ำมันเกียร์คืนกลับจุดเดิม จากนั้นดึงก้านวัดออกมาอีกครั้งหนึ่ง ระดับน้ำมันเกียร์อยู่ที่ขีด HOT พอดี แสดงว่าระดับน้ำมันเกียร์ปกติ

และผู้ใช้รถยังสามารถเช็คความสกปรก ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี และความสกปรกของน้ำมัน โดยการนำมาเปรียบเทียบกับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติใหม่ ซึ่งจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว อย่าลืมที่จะตรวจเชคเป็นประจำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากวนใจในการใช้งานรถกันนะครับ..

เขียนใน ปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์
  • 24,740 คน ได้เข้ามาอ่านบล๊อกนี้แล้ว
สัมภาษณ์ ดร.ถานันดร์ วัชโรทยางกูร
ตอน สาระน่ารู้กับวิธีการดูแลระบบเบรก ABS
ตอน การดูแลเบรกรถยนต์
ตอน การวิเคราะห์สาเหตุรถยนต์เบื้องต้น
ตอน เคล็ดลับขับสนุกเมื่อเดินทางไกล
ตอน การทำความสะอาดภายในเครื่องยนต์
รายการโอท้อปขายดี SME ขายรวย
สัมภาษณ์ Fortron Showcase Thai TV
รอบรู้ดูแลรถ & Professor F
รอบรู้ดูแลรถ (ไฟล์เสียง)