แบตเตอรี่ แหล่งจ่ายไฟหลัก


แบตเตอรี่  มี  2 แบบคือ

         1. แบบเติมน้ำกลั่น  คือ คอยตรวจเช็คดูแลน้ำกลั่นอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าน้ำกลั่นเกิดแห้งขึ้นมา มันจะส่งผลให้อายุการใช้งานของ แบตเตอรี่ลูกนั้นสั้นลง หรือ หมดสภาพก่อนกำหนดทุกๆวัน ควรหมั่นตรวจเติมน้ำกลั่นเป็นประจำ ถ้ามันขาด หรือ บกพร่องก็จัดการเติม อย่าเติมมากเกินไปเพราะเวลาแบตเตอรี่ เดือด  ไอน้ำกรด จะระบายออกมาที่ฝาปิดรูระบาย ซึ่งมันจะกัดและทำลายชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ให้เสียหายได้  การเติมจะเติมสูงกว่าแผ่นธาตุประมาณ 10  15 มิลลิเมตร หรือ พอดีขอบบริเวณภายในที่ปิดฝาเติมน้ำกลั่น และควรหมั่นตรวจเช็คที่ขั้วแบตเตอรี่ ว่ามีพวกคราบเกลือจับอยู่ หรือ ไม่ ถ้ามีให้ใช้น้ำร้อนเทราดบริเวณที่มีคราบเกลือจับอยู่ และ ใช้จารบีทาบางๆ หรือจะใช้น้ำยาเอนกประสงค์ ฉีดไล่ความชื้นก็ได้  เพราะ คราบเกลือเป็นสาเหตุที่ทำให้ กระแสไฟเดินทางไม่สะดวก ซึ่งจะทำให้สตาร์ทไม่ค่อยจะติด  อายุการใช้งานจะอยู่ประมาณ  2 ปี  และขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าว่ามีเพิ่มเติมมากไหม หรือ  ไดชาร์จ ( อัลเทอร์เนเตอร์ ) สมบูรณ์หรือไม่ ( ถ้ามีการเพิ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรจะเพิ่มจำนวนแอมป์ของแบตเตอรี่ เพิ่มไปด้วย แต่ควรดูคู่มือรถยนต์เป็นหลัก ว่าใช้ได้ไม่เกินกี่แอมป์ ที่จะได้ไม่มีปัญหากับ อุปกรณ์ต่างๆของรถยนต์ )

           2. แบบกึ่งแห้ง หรือ  MAINTENANCE  FREE MF ) ซึ่งแบบนี้ไม่ต้องคอย ดูแลน้ำกลั่นเลยเนื่องจากแบบนี้ จะถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ที่ฝาปิดช่องน้ำกลั่น ทำไว้เพื่อให้มีเกิดการระเหยของน้ำกรดแบตเตอรี่ น้อยที่สุด จึงไม่จำเป็นต้องคอยตรวจเติมน้ำกลั่น เพราะแบตเตอรี่รุ่นนี้จะมีช่องพิเศษ (ช่องตาแมว ) ที่ไว้มองดูว่าสัญญาลักษณ์ของสีไฟในแบตเตอรี่อยู่ในระดับไหนถ้ายังเป็น   สีน้ำเงิน ไฟยังเต็มอยู่      สีแดง ไฟอ่อน สมควรนำไปชาร์จไฟ สีขาว  หมดไฟ หรือไฟหมด   ซึ่งจะมีสติ๊กเกอร์ติดบอกไว้บนแบตเตอรี่ อายุการใช้งานจะอยู่ประมาณ 2 ปี   แต่แบตเตอรี่แบบนี้จะมีราคาแพงกว่าแบบแรก ประมาณ  400 บาท แต่ข้อดี นอกจากไม่ต้องยุ่งยากในการตรวจเติมน้ำกลั่นแล้ว ยังเป็นแบบที่ไม่ค่อยมี คราบเกลือ จับอยู่ที่ขั้วแบตเตอรี่อีกด้วย  ถ้ามีการเพิ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรจะเพิ่มจำนวนแอมป์ของแบตเตอรี่ เพิ่มไปด้วย แต่ควรดูคู่มือรถยนต์เป็นหลัก ว่าใช้ได้ไม่เกินกี่แอมป์ ที่จะได้ไม่มีปัญหากับ อุปกรณ์ต่างๆ ของรถยนต์ครับ 
* สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบหัวฉีดอิเลคทรอนิค และที่มีสัญญาณกันขโมย ก่อนเปลี่ยนแบตเตอรี่ ควรมีการสำรองไฟด้วยทุกครั้ง *

Advertisements
เกี่ยวกับ

ดร.ถานันดร์ วัชโรทยางกูร ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมรถยนต์มากว่า 30 ปี อดีตผู้บริหารระดับสูงในบริษัทรถยนต์ทั้งยุโรป และญี่ปุ่น ประธานสถาบันนวัตกรรมพลังงานยานยนต์ไทย คอลัมนิสต์ ของหนังสือรถยนต์หลายฉบับ วิทยากรในรายการรู้เรื่องรถ คลื่นความคิด FM 96.5 เป็นผู้ที่ศึกษาด้านพลังงานทดแทนและ พลังงานทางเลือกสำหรับรถยนต์ แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล / ก๊าซ CNG , LPG ผู้บรรยายเรื่องการดูแลรถที่ใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้กับภาครัฐ และภาคเอกชนฉายา "กระบี่มือหนึ่ง ด้านการดูแลรถ" (ที่ใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก)จากสื่อมวลชนสายยานยนต์ เป็นผู้รณรงค์ให้ผู้ใช้รถตระหนักถึงการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะทาง มากว่า 10 ปี โดยให้นิยามว่า “ การบำรุงรักษาถูกกว่าการซ่อม ดร.ถานันดร์ วัชโรทยางกูร เป็นเจ้าของเฟสบุค "รอบรู้ดูแลเรื่องรถ"

Tagged with: , , , ,
เขียนใน ปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์
One comment on “แบตเตอรี่ แหล่งจ่ายไฟหลัก
  1. กูล พูดว่า:

    ได้ความรู้มากครับ

    Like

ติชม หรือเสนอแนะได้นะครับ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • 28,000 คน ได้เข้ามาอ่านบล๊อกนี้แล้ว
สัมภาษณ์ ดร.ถานันดร์ วัชโรทยางกูร
ตอน สาระน่ารู้กับวิธีการดูแลระบบเบรก ABS
ตอน การดูแลเบรกรถยนต์
ตอน การวิเคราะห์สาเหตุรถยนต์เบื้องต้น
ตอน เคล็ดลับขับสนุกเมื่อเดินทางไกล
ตอน การทำความสะอาดภายในเครื่องยนต์
รายการโอท้อปขายดี SME ขายรวย
สัมภาษณ์ Fortron Showcase Thai TV
รอบรู้ดูแลรถ & Professor F
รอบรู้ดูแลรถ (ไฟล์เสียง)
  • มีความผิดพลาดเกิดขึ้น feed อาจใช้งานไม่ได้ชั่วคราว ลองใหม่อีกครั้งภายหลัง
%d bloggers like this: